คณะสื่อสารมวลชน
มหาวิทยาลัยรามคำแหง

100 Minutes x @PHICHAIKEAWCHIT, A Happiness Photographer: “พี่วินผู้เปลี่ยนกระแสแห่งการถ่ายภาพ และเมื่ออะไรๆ ก็ไม่เคยจะตรงปก”

Pichai

100 Minutes x @PHICHAIKEAWCHIT, A Happiness Photographer: “พี่วินผู้เปลี่ยนกระแสแห่งการถ่ายภาพ และเมื่ออะไรๆ ก็ไม่เคยจะตรงปก”

☆Highlights☆

พี่เอก พิชัย แก้ววิชิต ศิลปินที่เริ่มจากการเลี้ยงชีพด้วยการขับวินมอไซค์ ไปพร้อมๆ กับมอบหัวใจให้การถ่ายภาพ แม้ใครๆ จะงุนงงกับความย้อนแย้งในความไม่เข้ากันระหว่าง “โลกแห่งศิลปะ” กับ “การขับรถรับจ้าง” แต่ชายที่ชื่อพิชัยกำลังบอกโลกว่า เราเลือกที่จะเป็นอะไรได้มากกว่า และหน้าปกที่คนอื่นวาดให้นั้น …ไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือก

ด้วยวัย 43 ปี ที่ค่อนชีวิตเคยอยู่กับการขับมอเตอร์ไซค์ในเมืองกรุง แต่เมื่อ “พิชัย” กับ “กล้อง 1 ตัว” ร่วมเดินทางด้วยกันเมื่อไร ความงดงามบทใหม่ก็จะบังเกิดในบัดดล

@phichaikeawvichit

[Study Background]

No ดราม่า… พี่เอก พิชัย บอกกับเราว่า ชีวิตการเรียนของเขาไม่ได้มีอะไรที่หวือหวา แต่เป็นกุญแจที่ใช้ไขประตูใบต่างๆ ของชีวิต

“พี่เรียนมัธยม แล้วต่อ กศน. ตอนนั้นก็ทำงานขับวินนี่แหละ แค่รู้สึกว่าอยากเรียนต่อ เพราะมองว่าความรู้มันสำคัญ มันทำให้เราเห็นอะไรได้มากกว่าที่เคย เลยตัดสินใจที่จะเรียนรามฯ ด้านสื่อสารมวลชน …การเรียนมันสำคัญนะ มันทำให้พี่มีมุมมองต่อโลกเปลี่ยนไปเยอะมาก เห็นอะไรมากขึ้นเรื่อยๆ”

“…พี่ว่าการเรียนมันคือการต่อสู้กับตัวเองมากกว่า พี่ไม่ได้เก่งอะไรนะ มันมีวิชาที่พี่ไม่ถนัด อย่างภาษาอังกฤษกับพวกประวัติสื่อมวลชน พี่ก็ตกนะ แต่พี่ก็ซ่อมเอาจนผ่าน เวลาตกก็ไม่ได้หมดอาลัยกับตัวเองนักหรอก แค่คิดว่าเรายังพยายามไม่พอ เอาจริงๆ ต่อให้พี่ไม่จบ 3 ปีครึ่ง แต่จบ 6 ปี พี่ก็มีความสุขที่ได้เรียนแล้ว รู้สึกสนุกด้วยซ้ำที่ได้โทรมาฟังลุ้นเกรด สมัยนั้นต้องโทรตู้ แล้วกดรหัสตัวเองเพื่อฟังเกรดนะ ลุ้นดีๆ” 

[Never Stop Learning ‘Cause I’m Loving It]

“พี่สนุกกับการเรียนรู้ มันทำให้พี่รู้จักตัวเอง”

พี่เอกพูดกับเราสั้นๆ แต่กินใจ พร้อมชี้ให้เห็นมุมมองต่อการใช้ชีวิตว่ามันคือการเดินทางค้นหาตัวเอง แม้จะมีปริญญามาแล้ว แต่เขามองว่ามันไม่ใช่สิ่งที่บอกให้หยุดที่จะหาเรื่องเรียนรู้ใหม่ๆ อีก การเรียนช่วยให้เขาเห็นว่าเขาทำอะไรได้มากมาย และมองเห็นสิ่งที่เขาอยากทำ พี่เอกเล่าให้เราฟังต่อว่า

“การเรียนในตำรา ก็สร้างพื้นฐานความคิดที่เป็นระบบให้กับพี่ จากนั้นมันเลยทำให้ทุกๆ วันของพี่คือการเรียนไปหมด พี่เลยเริ่มเรียนจากประสบการณ์มากขึ้น พอสองอย่างนี้มาเจอกัน มันเลยทำให้โลกของพี่สมบูรณ์ขึ้น”

พี่เอกชี้ให้เราเห็นถึงความสมดุลระหว่างโลกสองใบ ซึ่งกลายเป็นสมการ “ความรู้ในตำรา+ประสบการณ์ = ทำให้กล้าเปิดประตูบานใหม่ๆ มากขึ้น”

[ความฝัน vs ความจริง]

“ตอนเรียนสื่อสารมวลชน พี่ฝันอยากทำงานเกี่ยวกับสื่อนะ พี่อยากเป็นนักข่าว” แต่แน่นอนประตูของคนเรามีหลายบานให้เลือกเปิด พี่เอกเลือกเปิดประตูของการขับรถรับจ้าง ด้วยเห็นว่ามันเป็นเส้นทางที่เหมาะกับการเลี้ยงชีพของตัวเองมากกว่า

“พี่เลยไม่ตรงปกสินะ ฮ่าๆ” แต่นั้นก็เป็นประตูที่นำเขาไปสู่เส้นทางศิลปินในวันนี้เช่นกัน เมื่อเขาได้เจอกับผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่แนะนำให้เขารู้จักกับ “กล้องถ่ายรูป” และเส้นทางบทใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น

เรื่องของเรื่องมันคือ “น้องเขาบอกพี่ว่า ซื้อกล้องมา แต่ถ่ายไม่เป็น ตอนนั้นพี่ก็ถ่ายไม่เป็นนะ แต่พอเราได้จับกล้อง เราก็อยากจะถ่ายเหมือนกัน” พี่เอกจึงลงทุนและแรงกับการฝึกถ่ายภาพดู ตอนแรกก็กล้าๆ กลัวๆ ด้วยความกลัวว่าจะผิดปก แต่ความกล้าที่ได้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เลือกที่จะลองเหมือนตอนตัดสินใจสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

“แรกๆ พี่ก็ไม่กล้านะ กังวลไปหมดว่าเราจะถ่ายได้ไหม เลยนึกย้อนไปเมื่อตอนที่จะเรียนรามฯ จำได้เลยมีคนเคยพูดว่าเรียนรามฯ ยากนะ แต่ตอนนั้นพี่คิดแค่ว่า เอาน่ะ เราลองสนุกกับสิ่งที่เราอยากทำดู จากนั้นมันเลยทำให้พี่เห็นเลยว่า ทุกอย่างแค่ต้องกล้าแล้วลองกันสักตั้ง ก็เลยได้เป็นขบถที่ไม่ตรงปกแบบนี้ไง”

[ผิดไหมถ้าเราจะทำอะไรที่ไม่ตรงปก?]

“ทำความเข้าใจกันก่อน สำหรับพี่ ปกน่ะมี 2 แบบ แบบแรกคือ มีคนวาดปกมาให้ แล้วบอกว่าข้างในมันควรจะป็นยังไง แบบที่สองคือ เราวาดมันเอง ออกแบบเอง ที่นี้ถ้าเราเลือกแบบแรก ยังไงเนื้อหาข้างในเราก็ต้องเขียนขึ้นให้สมบูรณ์เองอยู่ดี ไม่ได้หมายความว่าพอคนอื่นเขียนปกให้ ข้างในจะอะไรก็ได้นะ ส่วนแบบที่สอง คือเราเขียนเองหมดเลย ทั้งหน้าปกและเนื้อหาข้างใน อันนี้มันเกิดจากการที่เรารู้จักตัวเอง แล้วเราเลือกจะทำของๆ เราเอง (แต่ทำในสิ่งที่มันดีนะ ไม่ใช่เอะอะจะทำอะไรก็ได้) ซึ่งไม่ว่าจะแบบไหนพี่ก็ว่าไม่ผิดหรอก จะผิดก็มีแค่เรื่องเดียว คือเราเขียนเนื้อหาข้างในไม่เต็มที่ คนอื่นอาจจะมองพี่ไม่ตรงปก แต่พี่ว่าพี่แค่เลือกเขียนปกของที่ตรงกับพี่เองมากกว่านะ”

[PASSION = HAPPINESS = PASSION]

เมื่อเราถามถึง การบ่นปกิณกะของมนุษย์ที่ว่า “ไม่รู้จะเรียนทำไม ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มี PASSION” พี่เอกตอบเราว่า

“คำตอบมันอยู่ในคำถามแล้ว ที่ไม่รู้เพราะเขาไม่รู้จักตัวเอง -> พอไม่รู้จักตัวเองก็ไม่รู้จะทำอะไร -> พอไม่รู้จะทำอะไรก็ไม่มี Passion -> พอไม่มี Passion ก็ไม่มีความสุข -> เมื่อไม่มีความสุขก็ไม่อยากทำอะไร”


@phichaikeawvichit

[ศิลปินไม่ใช่ความสำเร็จ]

พี่เอกบอกกับเราว่า การเป็นที่ยอมรับ มีนิทรรศการ หรือการที่ภาพถ่ายของตนได้รับเสียงชื่นชม ไม่ใช่ความสำเร็จในชีวิต แต่ความสำเร็จของเขาคือ การที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองสนุกและมีความสุขกับมันต่างหาก

“มันคือการที่พี่ได้เป็นเด็กนะ ได้ทำในสิ่งที่พี่สนุก สุดท้ายความสนุกของพี่ก็ทำให้คนอื่นสนุกไปด้วย นี่ต่างหากที่พี่ว่าสำคัญ”

[ปุจฉา: เราจะสนุกได้ยังไง? ในเมื่อทุกวันมีแต่เรื่องให้คิด!!!]

วิสัจฉนา: “พี่ว่า เราแค่กลับไปเป็นเด็กก็พอ ลองนึกดูสิ ตอนเด็กๆ เราสนุกกันมากแค่ไหน ตอนเด็กๆ เราทำอะไรได้เยอะแยะไปหมด เพราะเราสนุกไง แต่ที่เราบอกว่าทุกวันมีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด เพราะเราถูกเลี้ยงมาแบบ เมื่อไหร่จะเลิกเป็นเด็กสักที เราถูกสอนให้ต้องเป็นผู้ใหญ่ เราเลยรู้สึกว่าอะไรๆ ก็ขัดใจเราไปหมด”

[Through the Rain & Until We Meet Again]

100 นาที ที่ได้คุยกับพี่เอก เราพบว่าผู้ชายคนนี้ คอยเติมพลังบางอย่างให้กับพวกเราอยู่ และใช่ …เขาเป็นคนสนุกจริงๆ แม้ระหว่างที่เราพูดคุยกันจะมีอะไรมาขัดจังหวะ เช่น ช่างทาสีโรยตัวลงมา คนออกมาพ่นควันบุหรี่ รถในซอยเบียดเสียดเสียงดัง ไปกระทั่งฝนกระหน่ำลงมาห่าใหญ่ แต่พี่เอก พิชัย ทำให้เราเห็นว่า ตั้งแต่ 10 โมง จนใกล้เที่ยง มีแต่เรื่องสนุก พร้อมทิ้งท้ายกับเราในวันนี้ก่อนแยกย้ายกันว่า

“ชีวิตมันก็แค่ต้องสนุก ใช้ชีวิตให้สนุก แล้วโตมาให้เป็นเด็ก ความสนุกจากการได้เป็นเด็ก จะเติมเต็มชีวิตเรา” — พิชัย แก้ววิชิต

สามารถติดตามคลิปวิดีโอการสัมภาษณ์พี่เอก พิชัย ได้ลิ้งค์ด้านล่างนี้

 

เรื่อง : อ.ไฌน์ ดร.ภาณุฤทธิ์ สารสมบัติ

ภาพ : อ้น จามิกร วงชมพู
ประสานงาน : จุ๋ม สุจิตตรา แสงวิชัย
(นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

ที่ปรึกษา :
อ.แบงค์ อนุรักษ์ จันทร์ดำ
อ.มีน สุดารัตน์ สอนบัว
พี่ตุ๋ย คุณสุขเดช บุนนท์

แชร์เลยตอนนี้ :

ข่าวการศึกษา